Monday, February 18, 2019

กาเเฟอราบิก้านั้น เหตุใดถึงรสชาติดีเเละเป็นที่นิยม - สร้างโรงกาเเฟ

กาเเฟอราบิก้านั้น เหตุใดถึงรสชาติดีเเละเป็นที่นิยม - สร้างโรงกาเเฟ




กาเเฟอราบิก้านั้น เหตุใดถึงรสชาติดีเเละเป็นที่นิยม
กาเเฟอราบิก้านั้นต้องปลูกในที่สูง หากในบ้านเรากาเเฟอราบิก้าที่ขึ้นชื่อก็ต้องเป็นภาคเหนืออย่างเเน่นอน เพราะภูมิอากาศเเละระดับความสูงเหนือน้ำทะเล หากถามว่าทำไมกาเเฟอราบิก้าถึงมีรสชาติที่ดีกว่า เพราะกาเเฟอราบิก้าปลูกในอากาศที่ค่อนข้างเย็นทำให้กาเเฟนั้นสุกช้า พอเมล็ดกาเเฟสุกช้า เมล็ดกาเเฟก็จะสามารถดูดซึมเอาเเร่ธาติต่างๆได้ดีกว่า ทำให้เกิดรสชาติที่ดีเเละกลิ่นหอมของผลไม้

กาเเฟอราบิก้าสุกช้าเเละได้ผลผลิตที่ไม่มากนัก ตรงกับข้ามกับความต้องการของตลาดที่สูง ทำให้เกิดราคาที่ค่อนข้างสูง ภาคเหนือปลูกอราบิก้านั้นเยอะเเต่ไม่มากพอต่อความต้องการอีกทั้งกรรมวิธีการเเปรรูปจากกาเเฟเชอร์รี่นั้นก็ยังไม่ค่อยนิยมนำเครื่องมือเข้้าไปใช้เพื่อช่วยให้กำลังการผลิตสูงขึ้น เเต่ยังใช้วิธีที่คัดด้วยมือของชาวเขาเเบบเดิมๆ ความเเม่นยำในการคัดเเยกก็น้อย

ชาวสวนขาดทุนในการสร้างเป็นเเรงผลักดันคุณภาพกาเเฟไทยที่ดีอยู่เเล้วให้ดีขึ้นไปอีก การคัดเมล็ดกาเเฟด้วยมือนั้นทำได้เพียงเเต่ใช้เวลาเเละบางครั้งก็ยังไม่มีความเเม่นยำมากพอ เครื่องจักรในโรงกาเเฟจึงเป็นสิ่งสำคัญในการคัดเเยกเอาเมล็ดที่เสียทิ้ง ทั้งยังมีความเเม่นยำเเละทำงานว่องไว


การทำงานของเครื่องจักรนั้นช่วยคัดเเยกสิ่งเเปลกปลอม สิ่งเจือปนที่ไม่ใช่เมล็ดกาเเฟ เศษหิน ดิน เศษไม้ โลหะ เมล็ดกาเเฟที่มีปัญหาต่างๆเมล็ดกาเเฟที่ไม่สมบูรณ์ เมล็ดกาเเฟที่ถูกเเมลงทำลาย กัด เเทะหรือเจาะจนเกิดเป็นรู เมล็ดกาเเฟที่เเตกบิ่น เมล็ดกาเเฟที่ซีด หรือได้รับความชื้นมากเกินไป เมล็ดกาเเฟที่ขึ้นรา เพราะเมล็ดกาเเฟที่มีปัญหาต่างๆดังที่กล่าวมานั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้กาเเฟขาดคุณภาพ มีกลิ่นผิดปรกติ มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หมัก-บูด กลิ่นปุ๋ย สารเคมี หรือกลิ่นรา

เครื่องมือที่เข้ามามีหน้าที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพอีกอย่างหนึ่งคือเครื่องวัดความชื้นเมล็ดกาเเฟ
เครื่องวัดความชื้น นำเข้าจากญี่ปุ่นที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก เเบรนด์ Kett ด้วยค่าวัดความชื้นที่เเม่นยำกว่า เเละสามารถวัดได้ทั้งกาเเฟกะลา กาเเฟสาร ทั้งอราบิก้าเเละโรบัสต้า
หาาค่าเฉลียได้ว่องไว กาเเฟกับความชื้นนั้นมีความสัมพันกันในเชิงคุณภาพการวัดความชื้นเป็นตัวบ่งบอกระดับการคั่วในระยะที่เเตกต่างกัน

เครื่องวัดความชื้น Kett


หากเมล็ดกาเเฟมีความชื้นสะสมมากนั้น จะมีกลิ่นไม่ดี เกิดเชื้อราได้ง่าย
เครื่องวัดความชื้นนั้นนิยมใช้กันมากเป็นเครื่องมือตรวจสอบใช้วัดธัญพืชเมล็ดพืชต่างๆอย่างเช่นเมล็ดข้าว ข้าวโพด ถั่วต่างๆ



เพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/coffeeconstruct/
เว็บไซต์อื่นๆ :
#สร้างโรงกาเเฟ




กาเเฟมีพลังอันยิ่งใหญ่ว่ามั๊ย เพราะมันทำให้ใครหลายๆคนทั่วโลกหลงเสน่ห์มันพลังวิเศษที่มักจะสร้างความยิ่งใหญ่ หลายคนอ่านถึงตรงนี้เเล้วยังไม่เชื่อ งั้นคุณลองสังเกตุดู ในทุกเช้าที่คุณจรดริมฝีปากลงบนกาเเฟเเก้วเดิม ลองใส่ใจในรสชาติของมันขึ้นอีกนิด คุณจะรู้ว่ากาเเฟมันกำลังบอกอะไรอยู่ รสชาติเเละกลิ่นหอมกรุ่นของกาเเฟนั้นบอกใบ้ถึงความใส่ใจในการผลิต บอกว่าคุณกำลังดื่มกาเเฟที่มีคุณภาพดีเยี่ยมจากโรงกาเเฟที่ใส่ใจ จากโรงคั่วที่พิถีพิถัน ชงจากบาริสต้าที่รู้จักกาเเฟเป็นอย่างดี กาเเฟไม่ได้มีเเค่รสขม..กาเเฟเป็นเเรงบัลดาลใจให้คุณทำงานได้อย่างกระปรี้ประเปร่า มันไม่ใช่เเค่เรื่องที่ว่ากาเเฟให้เเต่คาเฟอีนช่วยให้เราเบิ่งตาทำงาน มันเป็นเรื่องของความใส่ใจที่ส่งต่อๆกันตั้งเเต่คนสวนไปถึงผู้บริโภค กาเเฟมีพลังวิเศษเหมือนในนิยายเเฟนตาซีที่เขียนโดยเจย์.เคย์.โรล์ลิ่ง มันเป็นเครื่องดื่มที่มีการชงหลากหลายเมื่อคุณใส่ใจมันอย่างเเท้จริงจะรู้ว่าในเเต่ละประนั้นมีการชงที่เเสนประณีต อย่างเช่นเเถบตะวันออกกลาง พวกเค้าดื่มกาเเฟกันเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง หลายๆคนได้มารวมตัวกันในครอบครัวเพื่อดื่มกาเเฟเเละเสวนากัน เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้เเบ่งปันความคิด หากเป็นที่ตะวันตก ร้านกาเเฟในยุคก่อนเหมือนสถานที่ๆรวมเอาพวกนักปราชญ์มาชุมนุมเพื่อเเลกเปลี่ยนความคิดทั้งเรื่องการเมือง วิทยาศาสตร์ ทฤษฏีตรรกะ ต่างๆ กาเเฟเป็นเครื่องดื่มวิเศษที่นำทุกคนมารวมกัน Aroma เป็นเรื่องของการสัมผัสกลิ่นหอมของกาเเฟในขณะที่กาเเฟยังอุ่นอยู่ในเเก้ว กาเเฟที่ดีจะมีกลิ่นหอมสะอาด

Flavor คือการรวมองค์ประกอบ 3 อย่างข้างต้นเข้าเป็นรสชาติของกาแฟ
Finish ส่วนค้างจากการดื่มที่อยู่ในลิ้นและปากของคุณจะเป็นตัวกำหนดรสชาติอีกอย่างหนึ่งของกาแฟ ซึ่งมีกาแฟหลายเมนูที่ความอร่อยอยู่ในส่วนที่ค้างอยู่ในลิ้นมากกว่าตอนดื่มที่ไม่ขม บางคนอาจเรียกว่า Mouth Feel หรือ After Taste
หากในเรื่องเเฮร์รี่พอตเตอร์มีพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ของยุค ในโลกของกาเเฟ Howard Schultz ก็คงเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อย เเน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกาเเฟ Starbucks ความเป็นมาของ Howard Schultz มีที่มาที่น่าเศร้าไม่ต่างจากพ่อมดน้อยแฮร์รี่ ก่อนเขาจะเป็นผู้คุมStarbucks ที่ยิ่งใหญ่ เขาเกิดเเละโตใน Brooklyn ย่างคนจน ก่อนจะได้เข้าเป็นพนักงานของ Xerox กระทั่งได้พบกับร้านกาแฟเล็กๆชื่อว่า Starbucks ขณะยังทำงานเป็นพนักงาน ก่อนจะลาออกแล้วออกมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟอย่างเต็มตัวในปี 1987 ในปัจจุบัน Starbucks มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 16,000 แห่ง มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 

เรื่องของHoward Schultz ไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้เพราะเวทย์มนต์ช่วยเเต่เป็นเพราะความพยายาม ความตั้งใจ เขามีวิสัยทัศเเละทัศนคติที่เฉียบเเหลมที่นำพาเขาก้าวดำเนินธุรกิจในวงการนี้ได้อย่างสวยงาม “สำหรับผู้นำ เป้าหมายเราไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการหาหนทางที่จะประสบความสำเร็จ และนำพามาซึ่งความหวังและอนาคตอันสดใสให้กับผู้อื่นด้วย” คือปรัชญาที่ Schultz ยึดถือมาตลอดช่วงชีวิตการทำงานของเขา และเป็นองค์ประกอบในการทำงานที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่่งยวดไม่แพ้กัน

ความจริงใจสัมผัสได้ในบริการ

“บริษัทไม่สามารถเติบโตได้ ถ้าปราศจากความหลงใหลและลักษณะเฉพาะตัวที่สร้างมันขึ้นมา ลำพังเพียงแค่ผลประโยชน์อาจไม่สามารถขับเคลื่อนไปให้สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องบุคลากรอันเป็นหัวใจของการบริหารงาน ผมทุ่มเทความรักลงไปในแก้วกาแฟทุกแก้ว และทำอย่างนั้นกับผู้ร่วมงานทุกคนในสตาร์บัคส์ เมื่อลูกค้าสามารถสัมผัสหรือรู้สึกถึงความจริงใจนี้ ผลตอบรับกลับมาจากลูกค้าคือความรู้สึกเดียวกันกับที่คุณทำลงไป ถ้าคุณทุ่มเทด้วยหัวใจไปกับงานที่คุณทำ คุณจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คนอื่นคิดว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่า”
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1987 Schultz ขณะที่เขาเรียกประชุมพนักงานร้านสตาร์บัคส์ มี 3 ประเด็นสำคัญที่เขาพูดถึงในวันนั้น “หนึ่ง พูดออกมาจากหัวใจ สอง เอาใจเขามาใส่ใจเรา และสาม คือ แบ่งปันความฝันร่วมกัน” Schultz มองเห็นความจำเป็นสองประการที่จะทำให้สตาร์บัคส์เติบโตในอนาคต
  1. รักษาความหลงใหลและลักษณะเฉพาะตัวที่สร้างขึ้นมา และ
  2. ปลูกฝังพนักงานเรื่องการเคารพต่อประสบการณ์ี่ได้รับจากการชงกาแฟ - ความสามารถที่มีนั้นจะเป็นแรงในการสร้างสรรค์สิ่งที่เรียกว่า “การผสมผสานระหว่างฝีมือและความสัมพันธ์ที่มีต่อบุคคล”
Schultz พบกับบาริสต้าคนแรกของเขาที่มิลาน ในปี 1983 การสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้คน และได้รับผลตอบแทนเป็นความจงรักภักดีที่มีต่อแบรนด์ โดยมีเรื่องผลประโยชน์เป็นของแถมเท่านั้น

“ผลของการทำงานคือการผสมผสานเป้าหมายเข้ากับความหมาย หมายถึง รักในสิ่งที่ทำ แล้วบริษัทจะรักคุณกลับเอง ทั้งนี้ การค้าขายก็เช่นกัน ความต้องการหรือความปรารถนาของเราเป็นแรงบันดาลใจสำหรับลูกค้าของเราเสมอ นี่คือสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อเรา สร้างและรักษาความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เราเสมอ ในฐานะเจ้านาย สิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของผมที่มีมาโดยตลอดคือ ปฏิบัติเหมือนเดิมต่อทีมงาน เสมือนลูกค้าที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบาร์เสิร์ฟเครื่องดื่มของเรา”

นาทีนี้คงไม่มีใครปฏิเสธในความสำเร็จของสตาร์บัคส์ที่เห็นมาตลอดนับสิบปี ในปี 1990 สตาร์บัคส์มีการเปิดสาขาใหม่ในเกือบทุกๆ วัน ส่งผลให้ในวันนี้เป็นร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในโลก พิสูจน์ได้จากตัวเลขกว่า 18,800 สาขา ใน 55 ประเทศ และมีรายได้ในแต่ละปีมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญฯ - เพิ่มขึ้น 10 เท่าในช่วงทศวรรษที่ Schultz กลับมาเข้ามาบริหารและแก้ไขปัญหาในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2007 นอกจากนี้ ยังคิดหาความต้องการใหม่เพื่อสานต่อหนทางสู่ความสำเร็จให้เป็นจริงในสนามการแข่งขันในตลาดระดับโลก

Schultz กล่าวว่า “กุญแจสู่ความสำเร็จของสตาร์บัคส์นั้นคือ การให้คุณค่าต่อบุคลากร ผมไม่เชื่อว่าบริษัทคุณจะสามารถเติบโตได้ ถ้าปราศจากผู้คนที่คอยยืนอยู่เคียงข้างและสนับสนุนทุกการกระทำของคุณ” อย่าให้ประโยคที่ว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา นั้นเป็นเพียงคำพูดเท่านั้น เพียงแค่เริ่มลงมือทำ บริษัทของเราอาจมีคนพร้อมช่วยพาขึ้นฝั่งแห่งความสำเร็จอีกหลายคน

สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้นั้นคงจะเป็นศรัทธาเเละความตั้งใจจริง ไม่ว่าเราตั้งใจทำอะไรสิ่งนั้นก็ย่อมสำเร็จลุล่วงไปได้ราวกับมีเวทย์มนต์...

ดูเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/coffeeconstruct/
http://coffeeconstruct.com

เว็บไซต์อื่นๆ :


เริ่มยังไง สร้างโรงกาเเฟของตัวเอง..
คำว่าโรงกาเเฟที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นนัก เเต่หากเข้ามาอยู่ในเเวดวงของกาเเฟ ผู้ค้าเมล็ดกาเเฟหรือนักคั่วกาเเฟอาจจะเข้าใจคำว่า “โรงกาเเฟ” มากขึ้น จริงๆเเล้วหน้าที่ของโรงกาเเฟมีหน้าที่สำคัญในการเเปรรูปเมล็ดดกาเเฟจากกาเเฟเชอร์รี่ จนกลายเป็นกาเเฟสารหรือกาเเฟดิบที่มีสีเขียว กาเเฟสารนั้นยังต้องผ่านโรงคั่ว การสร้างโรงกาเเฟที่ได้มาตรฐานสักที่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะที่บ้านเราที่ไม่ได้เป็นผู้นำในด้านการส่งออกกาเเฟรายใหญ่เครื่องมือเครื่องจักรต่างเกี่ยวกับโรงกาเเฟยังต้องอาศัยการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นเราจะหาผู้เชี่ยวชาญในการสร้างโรงกาเเฟได้ยากมาก เราเป็นเพียงเจ้าเดียวที่ทำตั้งเเต่กระบวนการเเรกยังสอนการใช้งานเครื่องจักรให้เเก่พนักงานโรงกาเเฟ เมื่อคุณสนใจธุรกิจการค้าเมล็ดกาเเฟเเล้วคุณต้องหมั่นศึกษาหาประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องจักรให้มากเข้าไว้เพราะเครื่องจักรจะเป็นตัวช่วยทำงานในโรงกาเเฟของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การหาสถานที่ติดตั้งโรงกาเเฟไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องศึกษาไปพร้อมกับศึกษากฏหมายในการออกเเบบ
Coffee Construct เรามีหน้าที่ช่วยตั้งเเต่กระบวนการออกแบบโรงกาเเฟเพียงเเค่ลูกค้าเเจ้งเเนวความคิดออกมาให้เราฟังร่วมสร้างเปลนไปพร้อมๆกับทีมงานออกเเบบของเรา จนกระทั้งได้รูปเเบบโรงกาเเฟที่ถูกใจ บริษัทจะดำเนินเรื่องการก่อสร้าง โดยคุณสามารถเรียนรู้ไปกับเราได้ว่าเครื่องจักรในโรงกาเเฟมีอะไรใช้งานอย่างไรบ้าน ทุกขั้นตอนการทำงานเพื่อให้เห็นภาพรวมโรงกาเเฟที่ีมีคุณเป็นเจ้าของ

จากประสบการณ์ที่เราเคยทำมาหลายสิบปี ทำให้มีลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการให้เราเป็นตัวช่วยในการส้รางโรงกาเเฟ เเละมีเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานโลก ทั้งโรงกาเเฟขนาดใหญ่ไปจนถึงโรงกาเเฟขนาดเล็ก อีกทั้งยังให้คำปรึกษาในการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรโรงกาเเฟอย่างเหมาะสม

ด้วยเครื่องคัดเเยกขนาดเมล็ดกาเเฟ
Size Grader for Coffee ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang

WORKING PROCESS
ขั้นตอนการทำงาน
ทำงานด้วยการปล่อยเมล็ดกาเเฟผ่านตะเเกรง 5 ชั้นเพื่อร่อนเเบ่งขนาดเมล็ดกาเเฟออกเป็นขนาด Peaberry , A , AA , B เเละฝุ่นทิ้ง

เครื่องแยกขนาดเมล็ดกาแฟของเราถูกออกแบบมาเพื่อใช้คัดขนาดเมล็ดกาแฟโดยเฉพาะ สามารถเลือกเมล็ด Peaberry และขนาดของเมล็ดกาแฟได้ตามต้องการ ขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ 6 ขนาดต่อเครื่อง ทั้งนี้สามารถสั่งผลิตเครื่องให้ได้จำนวนขนาดตามต้องการได้ กำลังการผลิตสูง
จะได้กาเเฟออกมา 3-4ขนาดตามที่โรงงานจะกำหนด หนึ่งในนั้นจะได้เมล็ดกาเเฟพรีเบอร์รี่ด้วย
กาเเฟเเต่ละขนาดจะถูกทำการเเปรรูปทีละขนาดเพื่อการคัดเเยกที่ละเอียดยิ่งขึ้น จะได้กาเเฟที่มีคุณภาพมากขั้น ผลประมวลของเครื่องก็จะมีความเเม่นยำมากขึ้นด้วย กาเเฟเเต่ละขนาดจะผ่านเครื่องคัดเเยกหินเพื่อกรองเอาหิน กรวดออก

เครื่องเเยกหินออกจากเมล็ดกาเเฟ
Destoner Machine ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang

WORKING PROCESS
ขั้นตอนการทำงาน
ตัวเครื่องจะทำการเกลี่ยเมล็ดกาเเฟลงบนหน้าตะเเกรงจนเต็มกระดานประกอบกับพัดลมเป่าผ่านรูตะเเกรงจากไต้ตัวเครื่อง เครื่องจะทำการคัดเเยกหินซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าเมล็ดกาเเฟออกทั้งหมด
โรงกาแฟที่มีการตากเมล็ดกาเเฟอาจจะมีสิ่งสกปรกอื่นๆติดมากับเมล็ดกาเเฟจำพวกกรวด หิน เศษฝุ่น เครื่องคัดเเยกหินออกจากเมล็ดกาเเฟช่วยกำจัดสิ่งต่างๆนี้ออกไปจากเมล็ดได้

กระบวนการต่างๆจะช่วยเเยกเมล็ดกาเเฟเสียออก กาเเฟสารที่ได้นั้นจะถูกนำเข้าสู่เครื่องยิงสีเมล็ดกาเเฟ เครื่องยิงสีเมล็ดกาเเฟนั้นจะเป็นเเม้กระทั่งรูที่เเมลงเจาะเล็กๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเเละกำลังการผลิตที่สูง ไวกว่าใช้คนคัด การทำงานที่เเม่นยำกว่า
ความสามารถในการใช้เครื่องจักร ก็คงจะเหมือนคนทำงานในโรงงานเเต่ต่างกันด้วยกำลังที่มากกว่า การทำงานที่ต้องใช้ความเเม่นยำเเละว่องไว อย่างการสร้างโรงกาเเฟจึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งเครื่องจักรอย่างมาก กาเเฟในปัจจุบันมีการเเข่งขันกันสูงมาก กาเเฟกลายเป็นเครื่องดื่มที่ต้องการของคนทั่วโลก

ทั้งคุณภาพเเละกำลังการผลิตต้องสูงเพราะความต้องการในการบริโภคนั้นมีมาก กาเเฟเเต่ละที่มีความเเตกต่างกันมาก ทั้งรส กลิ่น สายพันธ์ การปลูก การคั่ว รวมทั้งการเเปรรูปด้วย โรงกาเเฟก็เป็นส่วนสำคัญในการสรรสร้างคุณภาพกาเเฟเพื่อส่งออกไปยังโรงคั่วกาเเฟเเละจำหน่ายต่อไป การคัดเลือกเมล็ดกาเเฟในเเบบเมื่อก่อนใช้ไม่ได้อีกเเล้วในปัจจุบัน

เครื่องสีกาเเฟเชอร์รี่
CHERRY PULPER ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang
จะสีเปลือกกาเเฟเชอร์รี่ออกให้เหลือเเต่เมล็ดด้านใน
Coffee Bean sieve Cleaner Machine ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang

WORKING PROCESS
ขั้นตอนการทำงาน ทำงานด้วยการปล่อยเมล็ดกาเเฟผ่านรูตะเเกรงขนาดต่างๆกันตะเเกรงจะโยกขึ้น-ลงเพื่อเขย่าวัตถุดิบผ่านรูตะเเกรงที่มีีขนาดต่างๆกัน เครื่องทำความสะอาดเมล็ดกาแฟ (Pre-Cleaner) ใช้สำหรับทำความสะอาดเมล็ดกาแฟได้ทั้งกาแฟสารและกาแฟกะลา สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้ง Arabica Robusta เพื่อแยกสิ่งเจือปนหลากหลายชนิดตั้งแต่ ฝุ่นละเอียด สิ่งเจือปนชิ้นเล็กและใหญ่ เมล็ดกาแฟหูช้าง หิน กิ่งไม่ เศษกระดาษ กาแฟเมล็กหัก กาแฟเมล็ดลีบ

ส่วนใหญ่แล้วโรงกาแฟหลายโรงมักจะมองข้ามความสำคัญของเครื่องPre-Cleanerโดยมองว่าการทำความสะอาดเมล็ดเบื้องต้นไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วเครื่องทำความสะอาดเป็นเครื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะมีส่วนช่วยในการลดข้อผิดพลาดที่จะเกินขึ้นในทุกกระบวนการผลิตส่วนอื่นๆ ลดฝุ่นละอองภายในโรงงาน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยทำให้กำลังการผลิตรวมของทั้งระบบสูงขึ้นได้อีกด้วย…
กาเเฟที่มีเมือกนั้นจะถูกเเช่น้ำไว้ หรือหมักไว้เพื่อขัดเมือกออก เเล้วนำไปตากเเดด
เครื่องสีกะเทาะกาเเฟกะลา
Parchment Huller ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang
ส่วนประกอบสำคัญของตัวเครื่อง
ช่องปรับระดับ ใช้ความกว้างของช่องลมเพื่อปรับเเรงลมดูดภายในเครื่องให้เหมาะสมกับเปลือกกาเเฟ ฝุ่น คันโยกพร้อมตุ้มถ่วง ใช้ในการถ่วงน้ำหนักของประตูทางออก สามารถปรับได้ตามความต้องการขัดเมล็ดกาเเฟมากน้อยด้ามจับห้องกระเทาะ ใช้ปรับตั้งความห่างภายในห้องกระเทาะตามขนาดของเมล็ดกาเเฟเเต่ละประเภทนำเมล็ดกาเเฟมาคัดเเยกขนาด

เเละอีกหลากหลายเครื่องจักร ตัวช่วยที่จะทำให้การค้าเมล็ดกาเเฟเร็วขึ้น ง่ายขึ้น กำลังการผลิตสูง มั่นใจได้ว่าเครื่องจักรจะมีความเเม่นยำในการคัดเเยกเมล็ดที่สมบูรณ์เเละเมล็ดเสีย





กาเเฟจำนวนมหาศาลในเเต่ละวันถูกผลิตออกมาจากโรงกาเเฟนั้น..
สงสัยหรือไม่ว่าทำไมเเต่ละเมล็ดจึงมาขนาดที่เท่าๆกัน สีที่เหมือนๆกัน...
เเต่เดิมทีกาเเฟเชอร์รี่นั้นเป็นผลไม้สีเเดง ที่เราต้องการเมล็ดที่ซ่อนอยู่ข้างใน เราจะไม่เห็นเมล็ดเลยถ้าไม่ได้ผ่านกระบวนการกระเทาะเปลือกหรือสีเปลือกออก เมล็ดกาเฟด้านในนั้น มีสีเเละขนาดที่เเตกต่างออกไป ตามสารอาหารที่ลำเลียงจากรากสู่ลำต้นไปยังลูกเชอร์รี่ต่างๆ การดูดซึมปริมาณสารอาการที่ไม่เท่ากันนั้นทำให้เราได้เมล็ดที่มีความเเตกต่างกัน รวมทั้ง peaberry ด้วย

เครื่องมือที่เราอยากเเนะนำคือ
เครื่องสีกาแฟ หรือ เครื่องสีกะเทาะเปลือกกาแฟกะลา ของเราที่สามารถกะเทาะได้ทั้งกาแฟสาร และกาแฟเชอรี่แห้ง ทำให้คุณสามารถผลิตกาแฟได้หลากหลายชนิด

เมื่อโรงกาเเฟทำงานได้อย่างเป็นระบบ..
ใครๆก็ต้องการผลิดกาเเฟที่มีคุณภาพ การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอของโรงกาเเฟที่เกิดใหม่หรืออยู่มานานนั้นต้องควบคู่ไปกับการโตตามตลาด ต้องฉลาดคิดฉลาดเลือก
เเละเมื่อถึงวันที่โรงกาเเฟทำงานได้อย่างเป็นระบบเเละนั้น คุณภาพที่ได้มีค่ามากกว่า เพราะเรารู้ถึงคุณภาพสินค่าที่เรามี เมื่อเรามีความเชื่อมั่นในกาเเฟของเราเเล้ว เราสามารถส่งต่อได้อย่าภาคภูมใจ
ไม่ใช่ว่ากาเเฟที่ไหนที่ไหนก็เหมือนกันคุณคิดผิด..

การเเปรรูปกาเเฟ
วิธีการแปรรูปมี 2 วิธี ที่นิยมปฏิบัติกัน คือ
การทำสารกาแฟโดยวิธีเปียกเป็น วิธีการที่นิยมกันแพร่หลาย เพราะจะได้สารกาแฟที่มีคุณภาพ รสชาติดีกว่า ราคาสูงกว่าวิธีตากแห้ง โดยมีขั้นตอน ในการดำเนินการมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. การปอกเปลือก(Pulping)
โดยการนำผลกาแฟสุกที่เก็บได้มาปอกเปลือกนอกทันที โดยเครื่องปอกเปลือก โดยใช้น้ำสะอาดขณะที่เครื่องทำงาน ไม่ควรเก็บ ผลกาแฟไว้นานหลังการเก็บเกี่ยวเพราะผลกาแฟเหล่านี้จะเกิดการหมัก (fermentation) ขึ้นมาจะทำให้คุณภาพของสารกาแฟ มีรสชาติเสียไป ดังนั้นหลังปอกเปลือกแล้ว จึงต้องนำไปขจัดเมือก

2. การกำจัดเมือก (demucilaging)
เมล็ดกาแฟที่ปอกเปลือกนอกออกแล้ว จะมีเมือก (mucilage) ห่อหุ้มเมล็ดอยู่ซึ่งจะต้องกำจัดออกไป ซึ่งมีวิธีการอยู่ 3 วิธีคือ

การกำจัดเมือกโดยวิธีการหมักตามธรรมชาติเป็นวิธีการที่ปฏิบัติดั้งเดิมค่ะ โดยนำ เมล็ดกาแฟที่ปอกเปลือกออกแล้วมาแช่ในบ่อซีเมนต์ขนาด มีรูระบายน้ำออกด้านล่าง ใส่เมล็ดกาแฟประมาณ 3/4 ของบ่อ แล้วใส่น้ำให้ท่วมสูงกว่ากาแฟ แล้วคลุมบ่อด้วยผ้าหรือพลาสติกปิดปาก บ่อซีเมนต์ ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง ในกรณีที่อุณหภูมิต่ำอากาศหนาวเย็น การหมักอาจจะใช้เวลา 48-72 ชั่วโมง) จากนั้นปล่อยน้ำทิ้งแล้วนำ เมล็ดมาล้างน้ำให้สะอาด นำเมล็ดมาขัดอีกครั้งในตระกล้าที่ตาถี่ ที่มีปาก ตะกร้ากว้าง ก้นไม่ลึกมาก เมื่อขัดแล้วเมล็ดกาแฟจะไม่ลื่นแล้วล้าง ด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนที่จะนำไปตาก

การกำจัดเมือกโดยการใช้ด่างวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง นำเมล็ดกาเเฟ เทลงในบ่อซีเมนต์ที่ใช้หมักเมล็ดกาแฟ หลังจากเทเมล็ดกาแฟ และเกลี่ยให้เสมอกัน จากนั้นใช้ไม้พายกวน เมล็ดกาแฟเพื่อให้สารละลายกระจายให้ทั่วทั้งบ่อประมาณ 30-60 นาที หลังจากทิ้งไว้ 20 นาทีนำเมล็ดกาแฟไปล้างด้วยน้ำสะอาด 3-4 ครั้ง ก่อนนำไปผึ่งแดดให้แห้ง

การกำจัดเมือกโดยใช้แรงเสียดทานโดยใช้เครื่องปอกเปลือกสามารถจะกระเทาะเปลือกนอก และกำจัดเมือก ของเมล็ดกาแฟในเวลาเดียวกัน แต่มีข้อเสียคือทำให้เมล็ดเกิดแผล ดังนั้นจึงควรคัดผลกาแฟให้มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด เพื่อลดความ เสียหายของเมล็ดให้น้อยลง

3.การตากหรือการทำแห้ง (Drying)
หลังจากเมล็ดกาแฟผ่านการล้างทำความสะอาดแล้วนำเมล็ดกาแฟมาเทลงบนลานตากที่ทำความสะอาดแล้ว หรือเทลงบนตาข่ายพลาสติกบนแคร่ไม้ไผ่ เกลี่ยเมล็ดกาแฟกระจายสม่ำเสมอไม่ควรหนาเกิน 4 นิ้ว ควรที่จะเกลี่ยเมล็ดกาแฟวันละ 2 - 4 ครั้ง จะทำให้เมล็ดแห้งเร็วขึ้น และเวลากลางคืนควรกองเมล็ดเป็นกอง ๆ และใช้พลาสติกคลุมเพื่อป้องกันน้ำฝนหรือน้ำค้าง ใช้เวลาตากประมาณ 7 -10 วัน เมล็ดจะมีความชื้นประมาณ 13 %

4. การบรรจุ (Packing)
เมล็ดกาแฟที่ได้ควรเก็บไว้ในรูปของกาแฟกะลา (Parchment Coffee) เพราะจะสามารถรักษาเนื้อกาแฟและป้องกันความชื้นกาแฟได้ดี ควรบรรจุ ในกระสอบป่านใหม่ และควรกลับด้านในของกระสอบป่านออกมา ผึ่งลมก่อนนำไปใช้ เก็บในโรงเก็บที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น หรือมีกลิ่นเหม็น

5.การสีกาแฟกะลา (Hulling)
กาแฟกะลาที่จะนำไปจำหน่ายควรจะสีเพื่อเอากะลาออกด้วยเครื่องสีกะลา จะได้สารกาแฟ (Green Coffee) ที่มีลักษณะผิวสีเขียวอมฟ้า การทำสารกาแฟโดยวิธีแห้ง เป็นวิธีการที่ดำเนินการโดยนำเอาผลกาแฟ (Coffee Cherry) ที่เก็บเกี่ยวมาจากต้นแล้วนำมาตากแดด ประมาณ 15 -20 วัน บนลานตากที่สะอาดและได้รับแสงแดดเต็มที่ เกลี่ยให้เสมอทั่วกันและ หมั่นเกลี่ยบ่อยครั้ง เมื่อผลแห้งจะมีเสียงของเปลือกกับเมล็ดกระทบกัน จึงนำมาเข้า เครื่องสีกาแฟ (Hulling) แล้วบรรจุในกระสอบที่สะอาด ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ สารกาแฟที่ได้จะมีคุณภาพต่ำกว่าการทำ สารกาแฟโดยวิธีหมักเปียก

เครื่องสีกะเทาะเปลือกกาแฟกะลา Parchment Huller ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang

ส่วนประกอบสำคัญของเครื่อง / MACHINE'S ADJUASTBLE PARTS

ช่องปรับระดับ
ใช้ปรับความกว้างของช่องลมเพื่อปรับแรงลมดูดภายในเครื่องให้เหมาะสมกับเปลือก กาแฟ ฝุ่นกาแฟ หรือเศษอื่นๆ
คันโยก พร้อมตุ้มถ่วง
ใช้ในการถ่วงน้ำหนักของประตูทางออก สามารถปรับได้ตามความต้องการขัดเมล็ดกาแฟมากน้อย
ด้ามจับห้องกะเทาะ
ใช้ปรับตั้งความห่างภายในห้องกะเทาะตามขนาดของเมล็ดกาแฟแต่ละประเภท


ส่วนประกอบอื่นๆที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่อง / EQUIPMENTS

ชุดดูดแกลบที่สีออก
ชุดไซโคลนและพัดลม
(สามารถทำท่อส่งเปลือกกะลาที่กะเทาะแล้วออกไปนอกกำแพงอาคารได้)
ชุดดูดฝุ่น
ชุดดูดฝุ่นขนาด 5  HP 2 ปล่อง
ชุดต้นกระพ้อลำเลียงวัตถุดิบ
ความสูงประมาณ 7-8 เมตร จำนวน 1 ต้น
(มอเตอร์เกียร์ 1 Hp , ลูกกระพ้อ LASER 6" , สายกระพ้อ 6" )
ถังพักวัตถุดิบก่อนเข้าเครื่อง
ถังพักขนาดบรรจุอย่างน้อย 1 ตัน









กาเเฟจำนวนมหาศาลในเเต่ละวันถูกผลิตออกมาจากโรงกาเเฟนั้น..
สงสัยหรือไม่ว่าทำไมเเต่ละเมล็ดจึงมาขนาดที่เท่าๆกัน สีที่เหมือนๆกัน...
เเต่เดิมทีกาเเฟเชอร์รี่นั้นเป็นผลไม้สีเเดง ที่เราต้องการเมล็ดที่ซ่อนอยู่ข้างใน เราจะไม่เห็นเมล็ดเลยถ้าไม่ได้ผ่านกระบวนการกระเทาะเปลือกหรือสีเปลือกออก เมล็ดกาเฟด้านในนั้น มีสีเเละขนาดที่เเตกต่างออกไป ตามสารอาหารที่ลำเลียงจากรากสู่ลำต้นไปยังลูกเชอร์รี่ต่างๆ การดูดซึมปริมาณสารอาการที่ไม่เท่ากันนั้นทำให้เราได้เมล็ดที่มีความเเตกต่างกัน รวมทั้ง peaberry ด้วย

เครื่องมือที่เราอยากเเนะนำคือ
เครื่องสีกาแฟ หรือ เครื่องสีกะเทาะเปลือกกาแฟกะลา ของเราที่สามารถกะเทาะได้ทั้งกาแฟสาร และกาแฟเชอรี่แห้ง ทำให้คุณสามารถผลิตกาแฟได้หลากหลายชนิด

เมื่อโรงกาเเฟทำงานได้อย่างเป็นระบบ..
ใครๆก็ต้องการผลิดกาเเฟที่มีคุณภาพ การพัฒนาตัวเองอยู่เสมอของโรงกาเเฟที่เกิดใหม่หรืออยู่มานานนั้นต้องควบคู่ไปกับการโตตามตลาด ต้องฉลาดคิดฉลาดเลือก
เเละเมื่อถึงวันที่โรงกาเเฟทำงานได้อย่างเป็นระบบเเละนั้น คุณภาพที่ได้มีค่ามากกว่า เพราะเรารู้ถึงคุณภาพสินค่าที่เรามี เมื่อเรามีความเชื่อมั่นในกาเเฟของเราเเล้ว เราสามารถส่งต่อได้อย่าภาคภูมใจ
ไม่ใช่ว่ากาเเฟที่ไหนที่ไหนก็เหมือนกันคุณคิดผิด..

การเเปรรูปกาเเฟ
วิธีการแปรรูปมี 2 วิธี ที่นิยมปฏิบัติกัน คือ
การทำสารกาแฟโดยวิธีเปียกเป็น วิธีการที่นิยมกันแพร่หลาย เพราะจะได้สารกาแฟที่มีคุณภาพ รสชาติดีกว่า ราคาสูงกว่าวิธีตากแห้ง โดยมีขั้นตอน ในการดำเนินการมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. การปอกเปลือก(Pulping)
โดยการนำผลกาแฟสุกที่เก็บได้มาปอกเปลือกนอกทันที โดยเครื่องปอกเปลือก โดยใช้น้ำสะอาดขณะที่เครื่องทำงาน ไม่ควรเก็บ ผลกาแฟไว้นานหลังการเก็บเกี่ยวเพราะผลกาแฟเหล่านี้จะเกิดการหมัก (fermentation) ขึ้นมาจะทำให้คุณภาพของสารกาแฟ มีรสชาติเสียไป ดังนั้นหลังปอกเปลือกแล้ว จึงต้องนำไปขจัดเมือก

2. การกำจัดเมือก (demucilaging)
เมล็ดกาแฟที่ปอกเปลือกนอกออกแล้ว จะมีเมือก (mucilage) ห่อหุ้มเมล็ดอยู่ซึ่งจะต้องกำจัดออกไป ซึ่งมีวิธีการอยู่ 3 วิธีคือ

การกำจัดเมือกโดยวิธีการหมักตามธรรมชาติเป็นวิธีการที่ปฏิบัติดั้งเดิมค่ะ โดยนำ เมล็ดกาแฟที่ปอกเปลือกออกแล้วมาแช่ในบ่อซีเมนต์ขนาด มีรูระบายน้ำออกด้านล่าง ใส่เมล็ดกาแฟประมาณ 3/4 ของบ่อ แล้วใส่น้ำให้ท่วมสูงกว่ากาแฟ แล้วคลุมบ่อด้วยผ้าหรือพลาสติกปิดปาก บ่อซีเมนต์ ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง ในกรณีที่อุณหภูมิต่ำอากาศหนาวเย็น การหมักอาจจะใช้เวลา 48-72 ชั่วโมง) จากนั้นปล่อยน้ำทิ้งแล้วนำ เมล็ดมาล้างน้ำให้สะอาด นำเมล็ดมาขัดอีกครั้งในตระกล้าที่ตาถี่ ที่มีปาก ตะกร้ากว้าง ก้นไม่ลึกมาก เมื่อขัดแล้วเมล็ดกาแฟจะไม่ลื่นแล้วล้าง ด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนที่จะนำไปตาก

การกำจัดเมือกโดยการใช้ด่างวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง นำเมล็ดกาเเฟ เทลงในบ่อซีเมนต์ที่ใช้หมักเมล็ดกาแฟ หลังจากเทเมล็ดกาแฟ และเกลี่ยให้เสมอกัน จากนั้นใช้ไม้พายกวน เมล็ดกาแฟเพื่อให้สารละลายกระจายให้ทั่วทั้งบ่อประมาณ 30-60 นาที หลังจากทิ้งไว้ 20 นาทีนำเมล็ดกาแฟไปล้างด้วยน้ำสะอาด 3-4 ครั้ง ก่อนนำไปผึ่งแดดให้แห้ง

การกำจัดเมือกโดยใช้แรงเสียดทานโดยใช้เครื่องปอกเปลือกสามารถจะกระเทาะเปลือกนอก และกำจัดเมือก ของเมล็ดกาแฟในเวลาเดียวกัน แต่มีข้อเสียคือทำให้เมล็ดเกิดแผล ดังนั้นจึงควรคัดผลกาแฟให้มีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด เพื่อลดความ เสียหายของเมล็ดให้น้อยลง

3.การตากหรือการทำแห้ง (Drying)
หลังจากเมล็ดกาแฟผ่านการล้างทำความสะอาดแล้วนำเมล็ดกาแฟมาเทลงบนลานตากที่ทำความสะอาดแล้ว หรือเทลงบนตาข่ายพลาสติกบนแคร่ไม้ไผ่ เกลี่ยเมล็ดกาแฟกระจายสม่ำเสมอไม่ควรหนาเกิน 4 นิ้ว ควรที่จะเกลี่ยเมล็ดกาแฟวันละ 2 - 4 ครั้ง จะทำให้เมล็ดแห้งเร็วขึ้น และเวลากลางคืนควรกองเมล็ดเป็นกอง ๆ และใช้พลาสติกคลุมเพื่อป้องกันน้ำฝนหรือน้ำค้าง ใช้เวลาตากประมาณ 7 -10 วัน เมล็ดจะมีความชื้นประมาณ 13 %

4. การบรรจุ (Packing)
เมล็ดกาแฟที่ได้ควรเก็บไว้ในรูปของกาแฟกะลา (Parchment Coffee) เพราะจะสามารถรักษาเนื้อกาแฟและป้องกันความชื้นกาแฟได้ดี ควรบรรจุ ในกระสอบป่านใหม่ และควรกลับด้านในของกระสอบป่านออกมา ผึ่งลมก่อนนำไปใช้ เก็บในโรงเก็บที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น หรือมีกลิ่นเหม็น

5.การสีกาแฟกะลา (Hulling)
กาแฟกะลาที่จะนำไปจำหน่ายควรจะสีเพื่อเอากะลาออกด้วยเครื่องสีกะลา จะได้สารกาแฟ (Green Coffee) ที่มีลักษณะผิวสีเขียวอมฟ้า การทำสารกาแฟโดยวิธีแห้ง เป็นวิธีการที่ดำเนินการโดยนำเอาผลกาแฟ (Coffee Cherry) ที่เก็บเกี่ยวมาจากต้นแล้วนำมาตากแดด ประมาณ 15 -20 วัน บนลานตากที่สะอาดและได้รับแสงแดดเต็มที่ เกลี่ยให้เสมอทั่วกันและ หมั่นเกลี่ยบ่อยครั้ง เมื่อผลแห้งจะมีเสียงของเปลือกกับเมล็ดกระทบกัน จึงนำมาเข้า เครื่องสีกาแฟ (Hulling) แล้วบรรจุในกระสอบที่สะอาด ข้อเสียของวิธีการนี้ คือ สารกาแฟที่ได้จะมีคุณภาพต่ำกว่าการทำ สารกาแฟโดยวิธีหมักเปียก

เครื่องสีกะเทาะเปลือกกาแฟกะลา Parchment Huller ผลิตโดย VNT Vina Nhatrang

ส่วนประกอบสำคัญของเครื่อง / MACHINE'S ADJUASTBLE PARTS

ช่องปรับระดับ
ใช้ปรับความกว้างของช่องลมเพื่อปรับแรงลมดูดภายในเครื่องให้เหมาะสมกับเปลือก กาแฟ ฝุ่นกาแฟ หรือเศษอื่นๆ
คันโยก พร้อมตุ้มถ่วง
ใช้ในการถ่วงน้ำหนักของประตูทางออก สามารถปรับได้ตามความต้องการขัดเมล็ดกาแฟมากน้อย
ด้ามจับห้องกะเทาะ
ใช้ปรับตั้งความห่างภายในห้องกะเทาะตามขนาดของเมล็ดกาแฟแต่ละประเภท


ส่วนประกอบอื่นๆที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่อง / EQUIPMENTS

ชุดดูดแกลบที่สีออก
ชุดไซโคลนและพัดลม
(สามารถทำท่อส่งเปลือกกะลาที่กะเทาะแล้วออกไปนอกกำแพงอาคารได้)
ชุดดูดฝุ่น
ชุดดูดฝุ่นขนาด 5  HP 2 ปล่อง
ชุดต้นกระพ้อลำเลียงวัตถุดิบ
ความสูงประมาณ 7-8 เมตร จำนวน 1 ต้น
(มอเตอร์เกียร์ 1 Hp , ลูกกระพ้อ LASER 6" , สายกระพ้อ 6" )
ถังพักวัตถุดิบก่อนเข้าเครื่อง
ถังพักขนาดบรรจุอย่างน้อย 1 ตัน